“ไหว้บัวลอย” อบอุ่น กลมเกลียว เหมือนขนมบัวลอย

ไหว้บัวลอย อีกหนึ่งเทศกาล
ที่ให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่กลมเกลียวพร้อมหน้า
เหมือนความกลมของบัวลอย

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีของปฏิทินจีน หลายครอบครัวจะร่วมกันทำหรือรับประทาน บัวลอยจีน หรือ ขนมอี๋ ในเทศกาลที่เรียกว่า ตงจื้อ (冬至) หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดว่า

“กินบัวลอยแล้วอายุเพิ่มอีกหนึ่งปี”

แต่แท้จริงแล้ว ความหมายของเทศกาลนี้ไม่ได้อยู่ที่การนับอายุ หากอยู่ที่การได้กลับมานั่งล้อมวงรับประทานอาหารกับครอบครัว พร้อมส่งต่อความรัก ความอบอุ่น และคำอวยพรให้กัน

ไหว้บัวลอย คืออะไร?

เทศกาลไหว้บัวลอย เป็นหนึ่งในธรรมเนียมสำคัญของ เทศกาลตงจื้อ หรือวันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งเหมายัน ซึ่งเป็นวันที่ กลางคืนยาวที่สุด และกลางวันสั้นที่สุดของปี สำหรับชาวจีน ตงจื้อไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่าน หลังจากวันที่มืดที่สุด แสงสว่างจะค่อย ๆ กลับมาอีกครั้ง จึงถือเป็นช่วงเวลาแห่งความหวัง การเริ่มต้นใหม่ และการกลับมาของพลังชีวิต หลายครอบครัวจึงจัดพิธีไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้า พร้อมรับประทานบัวลอยร่วมกัน เพื่อเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดีของปี

บัวลอยจีน กับความหมายของ “ความพร้อมหน้า”

บัวลอยจีน ขนมอี๋ หรือ ถังหยวน (湯圓) มีลักษณะเป็นลูกกลม ๆ ทำจากแป้งข้าวเหนียว บางสูตรมีไส้งาดำ ถั่ว หรือถั่วลิสง เหตุผลที่ต้องเป็นลูกกลม เพราะวงกลมในวัฒนธรรมจีน เป็นสัญลักษณ์ของ

  • ความสมบูรณ์
  • ความกลมเกลียว
  • ความพร้อมหน้า
  • ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

คำว่า “ถวนหยวน (團圓)” ซึ่งหมายถึงการกลับมาพร้อมหน้าของครอบครัว ก็มีเสียงและความหมายที่สอดคล้องกับบัวลอยจีนเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกที่ในวันตงจื้อ หลายครอบครัวจะพยายามกลับมารับประทานบัวลอยด้วยกัน แม้จะต้องเดินทางไกลเพียงใด

ทำไมบัวลอยจึงเป็นอาหารสำคัญในเทศกาลตงจื้อ?

สำหรับชาวจีน อาหารในแต่ละเทศกาลไม่ได้ถูกเลือกเพียงเพราะรสชาติ แต่เลือกจาก “ความหมาย”

บัวลอยที่ลอยอยู่ในน้ำหวาน เปรียบเสมือนชีวิตที่ราบรื่น
ความกลมของแป้ง สื่อถึงความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์

ส่วนการแบ่งบัวลอยรับประทานร่วมกัน คือการแบ่งปันความสุขและความอบอุ่นให้ทุกคนในครอบครัว จึงไม่ใช่เพียงของหวาน แต่เป็นอาหารที่เต็มไปด้วยคำอวยพร

เทศกาลตงจื้อ 冬至节 ในยุคปัจจุบัน

แม้หลายคนจะไม่ได้มีเวลาทำบัวลอยเองเหมือนในอดีต แต่ความหมายของเทศกาลยังคงเหมือนเดิม เราอาจชวนครอบครัวไปรับประทานบัวลอยด้วยกัน โทรศัพท์หาพ่อแม่ ส่งขนมให้ญาติผู้ใหญ่ หรือเพียงใช้เวลาสั้น ๆ รับประทานอาหารร่วมกันโดยไม่เร่งรีบ สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ ต่างก็เป็นการสืบต่อความหมายของเทศกาลตงจื้อได้เช่นกัน

วันเหมายัน เมื่อกลางคืนที่ยาวที่สุดกำลังผ่านไป

ในหลักธรรมชาติ วันตงจื้อคือวันที่ความมืดมีระยะเวลายาวนานที่สุดของปี แต่หลังจากวันนี้ แสงอาทิตย์จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย ชาวจีนจึงมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของพลังใหม่ 

แม้วันนี้จะเป็นวันที่มืดที่สุด แต่ก็เป็นวันที่บอกเราว่า ความสว่างกำลังจะกลับมา แนวคิดนี้ยังสะท้อนถึงการใช้ชีวิตของผู้คน ไม่ว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากจะยาวนานเพียงใด สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างย่อมค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หากเราอดทนและก้าวต่อไป

ความอบอุ่นที่ส่งต่อได้ทุกปี

สุดท้ายแล้ว เทศกาลไหว้บัวลอยไม่ได้สอนเพียงเรื่องโชคลาภหรืออายุที่ยืนยาว แต่สอนให้เราเห็นคุณค่าของ “การได้อยู่ด้วยกัน” เพราะชีวิตอาจพาแต่ละคนออกเดินทางไปคนละเส้นทาง แต่การมีวันหนึ่งที่ทุกคนได้กลับมาล้อมวง รับประทานบัวลอย และพูดคุยกัน อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ครอบครัว” และบางที ความอบอุ่นในชามบัวลอยหนึ่งถ้วย อาจไม่ใช่เพราะน้ำขิงที่ร้อน แต่เป็นเพราะคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะเดียวกันต่างหาก

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to Top