แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษใน “วันเช็งเม้ง”

เช็งเม้ง ไม่ใช่แค่วันไหว้บรรพบุรุษ
แต่คือวันที่คนในครอบครัวกลับมาเจอกัน

เมื่อพูดถึง “เช็งเม้ง” หลายคนอาจนึกถึงการถือของไหว้ เดินขึ้นเขา ไปทำความสะอาดฮวงซุ้ย หรือรวมตัวกับญาติพี่น้องปีละครั้ง สำหรับบางคน เช็งเม้งอาจเป็นเพียงธรรมเนียมที่ทำสืบต่อกันมา แต่แท้จริงแล้ว เช็งเม้งมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นมาก เพราะนี่คือวันที่ลูกหลานได้กลับไป “ระลึกถึงผู้ที่ทำให้เรามีวันนี้” และเป็นวันที่คำว่า “ครอบครัว” ถูกเชื่อมโยงเข้าหากันอีกครั้ง แม้บางคนจะจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม

เช็งเม้ง คืออะไร?

เช็งเม้ง (清明節) หรือเทศกาลเช็งเม้ง เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวจีนที่สืบทอดกันมายาวนานกว่าสองพันปี

คำว่า “เช็งเม้ง” มีความหมายว่า “ความแจ่มใสและบริสุทธิ์” ตรงกับช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ธรรมชาติเริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ต้นไม้ผลิใบ อากาศสดชื่น และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการออกเดินทาง จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานจะเดินทางกลับไปยังสุสานของบรรพบุรุษ เพื่อทำความสะอาดหลุมศพ ถวายอาหาร จุดธูป และแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ

“หอยแครง” ของไหว้เลื่องชื่อแห่งเทศกาลเช้งเม้ง  

หอยแครงถือเป็น อาหารมงคล ของคนจีนแต้จิ๋ว ที่มีชื่อเรียกที่หลากหลายและความหมายที่ซ่อนอยู่ เช่น

血蚶 อ่านว่า แฮวะห์ฮำ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ฮำ (蚶) ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า 函 ที่แปลว่า การรวมตัวกันของคนในครอบครัว มาอยู่ด้วยกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา

 
銀蚶 อ่านว่า เหง่งฮำ โดย 銀 (เหง่ง) แปลว่า เงิน สีเงิน สื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย เงินตรา

และ 花蚶 อ่านว่า ฮวยฮำ โดย 花 (ฮวย) ดอกไม้ มาจากลวดลายที่สวยงามของเปลือกหอยแครง 

ทำไมคนจีนจึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุสานบรรพบุรุษ

ในวัฒนธรรมจีน สุสานไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฝังร่างของผู้ล่วงลับ แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “รากเหง้า” การกลับไปทำความสะอาดฮวงซุ้ย จึงไม่ใช่เพียงการดูแลสถานที่ แต่คือการบอกว่า “เราไม่เคยลืม”

ลูกหลานจำนวนไม่น้อยอาจไม่เคยพบหน้าปู่ทวดหรือบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน แต่การเดินทางไปเช็งเม้งทุกปี ทำให้เรื่องราวของคนรุ่นก่อนยังคงถูกเล่าต่อ ใครเป็นคนสร้างครอบครัว ใครอพยพจากจีนมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ใครเป็นคนสร้างบ้านหลังแรก เรื่องราวเหล่านี้ ทำให้ลูกหลานเข้าใจว่า ตัวเองเดินทางมาไกลเพราะมีคนอีกหลายรุ่นช่วยปูทางไว้

ที่มาทำความสะอาดฮวงซุ้ย โปรยกลีบดอกไม้

จากประวัติของพระเจ้าฮั่นเกาจูนี้เอง ที่ทำให้เกิดเป็นประเพณีการไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลเช็งเม้งในปัจจุบัน โดยลูกหลานจะมีการทำความสะอาดป้ายฮวงซุ้ยหรือป้ายชื่อของบรรพบุรุษรวมถึงบริเวณของสุสานโดยรอบ ส่วนการโปรยกระดาษนั้นเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปก็มีการเปลี่ยนมาใช้การโปรยกลีบดอกไม้แทน เพื่อความสวยงาม และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

เช็งเม้ง คือบทเรียนเรื่องความกตัญญู

ในวัฒนธรรมจีน ความกตัญญูถือเป็นคุณธรรมที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่ง เช็งเม้งจึงไม่ใช่วันที่ผู้ล่วงลับ “ต้องการ” ของไหว้ แต่เป็นวันที่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้แสดงออกถึงความระลึกถึงและความเคารพ การจุดธูป การวางอาหาร การไหว้ หรือแม้แต่การช่วยกันถอนหญ้ารอบฮวงซุ้ย ล้วนเป็นการกระทำที่สื่อว่า “เราไม่ลืมผู้ที่ทำให้เรามีวันนี้” คุณค่านี้เอง ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ใช่ผ่านคำสอนเพียงอย่างเดียว แต่ผ่านการลงมือทำร่วมกันทุกปี

การจัดไหว้วันเช็งเม้ง

เป็นการละเล่นโบราณที่คนไทยเองก็รู้จักเป็นอย่างดี เพียงแต่เทศกาลเช็งเม้งสำหรับที่ประเทศไทยนั้นจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนที่อากาศมีความร้อนอบอ้าว ไม่เหมาะแก่การออกไปวิ่งเล่น ทว่าสำหรับประเทศจีนแล้ว เทศกาลเช็งเม้ง จะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิซึ่งมีอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนจนเกินไป เหมาะกับการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน อย่างการทานข้าว หรือ การละเล่นในสมัยโบราณอย่าง “การเล่นว่าว” หรือ “วิ่งว่าวโต้ลม” โดยชาวจีนจะพาลูกหลานกันไปรวมตัวกันที่นอกบ้าน ตามสุสานหรือพื้นที่สาธารณะ แล้วซื้อว่าวให้เด็ก ๆ นำมาวิ่งเล่นรับลมด้วยกัน จากนั้นก็จะมีการผูกว่าวเอาไว้ แล้วจึงค่อยตัดด้ายที่ผูกกับว่าวออก ให้ว่าวนั้นลอยขึ้นไปบนฟ้า เพราะมีความเชื่อว่าจะเป็นการเพิ่มความโชคดีและปล่อยโชคร้ายให้ลอยไปกับสายลม

​ของไหว้เจ้าที่:

ก่อนที่จะทำการเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษที่สุสาน จำเป็นที่จะต้องไหว้เจ้าที่ก่อนทุกครั้ง เพื่อเป็นการขอเบิกทางให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ และแสดงความขอบคุณที่ท่านคอยดูแลรักษาคุ้มครองลูกหลาน โดยของที่จะใช้ในการไหว้เจ้าที่ มีทั้งหมด ดังนี้

  • ธูป 5 ดอก
  • เทียนแดง 1 คู่
  • ชา หรือ เหล้า 5 ถ้วย
  • ขนมหวาน หรือ ผลไม้
  • กระดาษเงิน กระดาษทอง
ของไหว้บรรพบุรุษ:

ส่วนของเซ่นไหว้บรรพบุรุษนั้น จะแยกเป็นอาหารคาว-หวาน และผลไม้มงคล แต่ทั้งนี้บางบ้านก็อาจจะใช้ของไหว้ที่ไม่เหมือนกัน โดยอาจจะเลือกเป็นอาหารที่บรรพบุรุษหรือลูกหลานชอบก็ได้ ซึ่งของที่ใช้ในการไหว้บรรพบุรุษก็จะมีหลัก ๆ ดังนี้
ประเภทอาหารคาว

  • ข้าวสวย
  • เหล้า
  • น้ำชา
  • อาหารคาว 3 อย่าง หรือ 5 อย่าง
  • เนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ) 5 อย่าง (โหงวแซ) ได้แก่ เป็ด ไก่ หมู ปลา กุ้ง ปลาหมึกแห้ง เป็นตัน
  • หอยแครง
ประเภทผลไม้มงคล:
  • ส้ม
  • แอปเปิ้ล
  • สาลี่
  • องุ่น
  • กล้วยหอม
  • สัปปะรด
  • แก้วมังกร
  • ทับทิม

ประเภทอาหารหวาน: ขนมมงคลต่าง ๆ เช่น ขนมอี๋ ขนมจันอับ ขนมถ้วยฟู เป็นต้น

เช็งเม้ง ไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่คือเรื่องของอนาคต

แม้เช็งเม้งจะเป็นวันที่เราระลึกถึงผู้ล่วงลับ แต่แท้จริงแล้ว วันนี้กำลังสอนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ว่าให้เห็นคุณค่าของครอบครัว เห็นความสำคัญของความกตัญญู และไม่ลืมรากเหง้าที่ทำให้เราเติบโตมาเป็นตัวเองในวันนี้ เพราะเมื่อเรารู้ว่ามาจากไหน เราก็มักจะรู้ว่า ควรเดินต่อไปทางไหน และนั่นอาจเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุด ที่เช็งเม้งส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาโดยตลอด

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to Top