ไหว้บะจ่าง มากกว่าข้าวห่อใบไผ่
แต่คือเรื่องราวของความซื่อสัตย์
ความกตัญญู และการไม่ลืมผู้เสียสละ
เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปี หลายครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนจะเริ่มทำหรือซื้อ “บะจ่าง” มาไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้า
สำหรับหลายคน บะจ่างคืออาหารมงคลที่รับประทานปีละครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังข้าวเหนียวห่อใบไผ่ก้อนนี้ มีเรื่องราวที่ถูกเล่าต่อกันมายาวนานกว่า 2,000 ปี และเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สะท้อนคุณค่าของความซื่อสัตย์ ความกตัญญู และความจงรักภักดีได้อย่างลึกซึ้งที่สุดของวัฒนธรรมจีน
จากข้าวห่อใบไผ่ สู่เทศกาลไหว้บะจ่าง
เทศกาลไหว้บะจ่าง หรือ เทศกาลตวนอู่ (端午節) ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน แม้หลายคนจะรู้จักเทศกาลนี้จากการรับประทานบะจ่าง แต่แท้จริงแล้ว จุดกำเนิดของเทศกาลไม่ได้เริ่มจากอาหาร
หากเริ่มจาก ชวีหยวน นักปราชญ์ผู้ที่เลือกเสียสละชีวิต เพื่อรักษาอุดมการณ์และความซื่อสัตย์ของตนเอง
ชวีหยวน ผู้ที่ทำให้เรื่องราวนี้ถูกเล่าต่อมากว่า 2,000 ปี
ชวีหยวน (屈原) เป็นกวี นักปราชญ์ และขุนนางแห่งรัฐฉู่ในยุครณรัฐของจีน ท่านเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง กล้าตักเตือนผู้ปกครอง และพยายามปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดิน แต่เพราะถูกใส่ร้ายและถูกเนรเทศออกจากราชสำนัก
เมื่อทราบว่ารัฐฉู่พ่ายแพ้ต่อศัตรู ชวีหยวนจึงตัดสินใจกระโดดแม่น้ำมิลัวเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อบ้านเมือง เมื่อชาวบ้านทราบข่าวต่างรีบพายเรือออกตามหาร่างของท่าน พร้อมโยนข้าวห่อใบไผ่ลงแม่น้ำเพื่อไม่ให้ปลาและสัตว์น้ำกัดกินร่างของชวีหยวน และนั่นเองคือจุดกำเนิดของ “บะจ่าง”
บะจ่าง ไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือสัญลักษณ์แห่งการระลึกถึง
ทุกครั้งที่มีการรับประทานหรือไหว้บะจ่าง สิ่งที่ผู้คนกำลังระลึกถึง ไม่ใช่เพียงอาหารโบราณ แต่คือคุณค่าที่ชวีหยวนทิ้งไว้ ความซื่อสัตย์ ความเสียสละ และการยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง แม้เวลาจะผ่านมากว่าสองพันปี เรื่องราวของชวีหยวนก็ยังคงถูกเล่าต่อ เพราะคุณธรรมเหล่านี้ไม่เคยล้าสมัย
ทำไมเทศกาลนี้จึงมีการแข่งเรือมังกร?
อีกหนึ่งภาพที่หลายคนคุ้นเคยในเทศกาลตวนอู่ คือการแข่งขันเรือมังกร ตามตำนานเชื่อว่าชาวบ้านต่างรีบพายเรือออกตามหาร่างของชวีหยวน จึงเกิดธรรมเนียมการแข่งขันเรือขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เสียงกลองที่ดังระหว่างการแข่งขันยังเชื่อกันว่าเป็นการขับไล่สิ่งไม่ดีและสัตว์ร้ายในแม่น้ำ
ปัจจุบัน การแข่งเรือมังกรได้กลายเป็นกีฬาพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ แต่หัวใจสำคัญของกิจกรรมนี้ ยังคงเป็นการระลึกถึงความเสียสละของชวีหยวนเช่นเดิม
เทศกาลตวนอู่ วันที่ครอบครัวกลับมาพูดถึง “คุณธรรม”
นอกจากการไหว้และรับประทานบะจ่างแล้ว หลายครอบครัวยังใช้โอกาสนี้รวมตัวกัน ผู้ใหญ่เล่าเรื่องราวของชวีหยวนให้ลูกหลานฟัง สอนเรื่องความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และการรักษาคำมั่นสัญญา จึงอาจกล่าวได้ว่า เทศกาลตวนอู่ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลอาหาร แต่เป็นเทศกาลแห่งการส่งต่อคุณค่าทางจิตใจจากรุ่นสู่รุ่น
สิ่งที่บะจ่างกำลังสอนเราในวันนี้
แม้โลกปัจจุบันจะแตกต่างจากเมื่อสองพันปีก่อน แต่คำถามหลายอย่างยังคงเหมือนเดิม เรายังกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เรายังรักษาคำพูดของตัวเองได้หรือเปล่า และเรายังระลึกถึงผู้ที่เสียสละเพื่อเราหรือไม่
บางที สิ่งที่มีค่าที่สุดของเทศกาลไหว้บะจ่าง อาจไม่ใช่รสชาติของอาหาร แต่คือเรื่องราวที่ทำให้เราหันกลับมาทบทวนว่า ในชีวิตของเราเอง มีคุณค่าอะไรที่ควรรักษาไว้ให้ยาวนานเหมือนที่ผู้คนยังคงจดจำชวีหยวนมาจนถึงทุกวันนี้
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งอยู่ในความทรงจำ ไม่ใช่อายุที่ยืนยาว แต่คือความดีและคุณธรรมที่ยังคงส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้คน แม้เวลาจะผ่านไปกี่พันปีก็ตาม




