นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัท น่ำเอี๊ยง กรุ๊ป จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้อธิบายแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”)

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับโดยตรงจากท่านผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้

  1. การลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้บริการบนแอปพลิเคชันของบริษัท
  2. การชำระเงินเพื่อการใช้บริการบนแอปพลิเคชัน
  3. การทำแบบสอบถามความสนใจหรือความพึงพอใจในการใช้งานแอปพลิเคชัน การให้บริการ หรือสินค้าของบริษัท
  4. การที่ท่านสอบถามเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน สินค้า หรือบริการต่าง ๆ ของบริษัท
  5. การเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยบริษัท
  6. การติดต่อผ่านโทรศัพท์ อีเมล สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) เช่น Facebook แอปพลิเคชัน LINE เป็นต้น
  7. การที่ท่านติดต่อเพื่อยื่นข้อร้องเรียนหรือแจ้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน สินค้า หรือบริการของบริษัท

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น เช่น หน่วยงานราชการ บุคคลภายนอกอื่น ๆ เป็นต้น

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
บริษัทมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถใช้ในการระบุตัวตนของท่านได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้​

  1. ข้อมูลใช้ในการระบุตัวตนของท่าน เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ สถานะภาพสมรส เป็นต้น
  2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
  3. ข้อมูลพฤติกรรมหรือลักษณะนิสัยของท่าน
  4. ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของท่าน (GPS Location)
  5. ข้อมูลการติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น LINE ID หรือ Facebook account เป็นต้น
  6. ข้อมูลทางเทคนิค เช่น IP Address ประวัติการใช้งานแอปพลิเคชัน (Activity Log) เป็นต้น
  7. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้สามารถเก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ได้แก่ ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ เป็นต้น รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของท่านตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนดไว้

ผู้เยาว์
​หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปีหรือมีข้อจำกัดทางความสามารถตามที่กฎหมายกำหนด ในการการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจมีความจำเป็นจะต้องให้ผู้ปกครองหรือผู้ที่มีอำนาจจัดการแทนท่านในการให้ความยินยอมหรือบุคคลอื่น ๆ ที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ หากบริษัททราบว่ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้ที่มีอำนาจจัดการแทน บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกจากเซิร์ฟเวอร์ของบริษัททันที

วิธีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้รับในรูปแบบเอกสารและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท และ บนระบบคลาวด์ของผู้ให้บริการคลาวด์

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามคำขอ และ/หรือข้อตกลงที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนการลงทะเบียนเข้าใช้บริการของบริษัท และพิจารณาอนุมัติเกี่ยวกับการให้บริการ รวมถึงส่งมอบสินค้า และ/หรือบริการของบริษัทให้แก่ท่าน
  2. เพื่อการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นโดยบริษัท หรือเพื่อลงทะเบียนในการรับของสมนาคุณท่านหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่บริษัทได้จัดขึ้น
  3. เพื่อให้บริการด้านบริการบนแอปพลิเคชันและสินค้าของบริษัท รวมถึงการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  4. เพื่อการวางแผนการดำเนินการ การบริหาร จัดการภายในองค์กรของบริษัท ปรับแต่ง ประเมิน และปรับปรุงการให้บริการเนื้อหา และการโฆษณาของบริษัท
  5. เพื่อใช้ในการติดต่อท่านเพื่อแก้ไขปัญหาจากข้อร้องเรียนต่าง ๆ
  6. เพื่อการแจ้งสิทธิประโยชน์ รายการส่งเสริมการขายต่าง ๆ การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด การเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท และสื่อสารเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าว รวมทั้งนำเสนอสินค้าหรือบริการต่าง ๆ
  7. เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะและคำแนะนำเพื่อใช้ในการ วิจัย ประเมิน พัฒนา และปรับปรุงการให้บริการ และฟีเจอร์ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น
  8. ป้องกันและตรวจสอบการฉ้อโกงการละเมิดความปลอดภัยในกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจต้องผิดกฎหมายและข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานของของบริษัท
  9. เพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบายข้อตกลงและเงื่อนไขของบริษัท และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับบริษัทในการปฏิบัติตามกฎหมายหรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่มีระหว่างท่านกับบริษัท หากท่านไม่ให้ข้อมูลดังกล่าว บริษัทอาจไม่สามารถจัดหาสินค้าหรือบริการให้แก่ท่านได้รวมทั้งไม่อาจอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการใช้บริการได้

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
​บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามรายละเอียดวัตถุประสงค์ข้างต้นให้แก่บุคคลอื่นเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านหรือตามที่กฎหมายอนุญาตให้บริษัทสามารถเปิดเผยได้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบุคคลหรือองค์กรดังต่อไปนี้

  1. บริษัทย่อย บริษัทในกลุ่ม หรือบริษัทในเครือ
    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทย่อย บริษัทในกลุ่ม หรือบริษัทในเครือเท่าที่จำเป็นเพื่อปรับปรุงและพัฒนาสินค้าหรือบริการของท่าน ท่านอาจรวบรวมข้อมูลภายในสำหรับสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
  2. ผู้ให้บริการ
    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการของบริษัทเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เช่น การชำระเงิน การตลาด การพัฒนาสินค้าหรือบริการ เป็นต้น โดยบริษัทไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการชำระเงินของท่านกับผู้ให้บริการของบริษัทได้ และข้อมูลนี้อยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชำระเงินที่ผู้ให้บริการของบริษัทรวบรวมและวิธีการที่ผู้ให้บริการใช้ข้อมูลนี้ โปรดตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของตัวผู้ให้บริการ
  3. พันธมิตรทางธุรกิจ
    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลบางอย่างกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อติดต่อและประสานงานในการให้บริการสินค้าหรือบริการ และให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น
  4. การถ่ายโอนธุรกิจ
    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูล รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สำหรับการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมหรือการขายกิจการ หรือการถ่ายโอนสินทรัพย์อื่น ๆ โดยฝ่ายที่รับโอนต้องปฏิบัติกับข้อมูลของท่านในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายนี้ รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
​ในบางกรณี บริษัทอาจมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล องค์กร หรือบนระบบคลาวด์ของ Microsoft Azure ณ ต่างประเทศ ในการนี้ บริษัทจะดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศปลายทางนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ หรือกรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
​บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านยังคงมีสถานะเป็นลูกค้าหรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัทหรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ซึ่งบริษัทอาจมีความจำเป็นจะต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากที่ท่านเป็นลูกค้าหากมีกฎหมายกำหนดไว้ บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะที่กฎหมายเวลาดังกล่าว

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
​เมื่อท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท ท่านมีสิทธิหลายประการซึ่งสามารถดำเนินการใช้สิทธิได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมาย

สิทธิของท่านภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีดังต่อไปนี้

  1. สิทธิขอถอนความยินยอม (right to withdraw consent)
    ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทไว้ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
  2. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (right to access)
    ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัท และสามารถขอให้บริษัททำสำเนาของข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทสามารถเปิดเผยว่าได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร
  3. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล (right to data portability)
    ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นหากสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
  4. สิทธิขอคัดค้าน (right to object)
    ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผลหรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์
  5. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (right to erasure/destruction)
    ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
  6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (right to restriction of processing)
    ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน
  7. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล (right to rectification)
    ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  8. สิทธิร้องเรียน (right to lodge a complaint)
    ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยบริษัท เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ท่านสามารถใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามข้างต้นได้ โดยติดต่อมายังบริษัท ตามรายละเอียดข้างท้ายนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โดยบริษัทจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอใช้สิทธิจากท่าน ตามแบบฟอร์มหรือวิธีการที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัทปฏิเสธคำขอบริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ ไปรษณีย์ เป็นต้น

การโฆษณาและการตลาด
เพื่อประโยชน์ในการได้รับสินค้าหรือบริการของบริษัท บริษัทใช้ข้อมูลของท่านเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงสินค้าหรือบริการ และทำการตลาดผ่านการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชัน Google Facebook และอื่น ๆ บริษัทใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สินค้าหรือบริการเหมาะสมกับท่าน
แอปพลิเคชันของบริษัทอาจแสดงโฆษณาจากบุคคลที่สามเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการของบริษัท บุคคลที่สามเหล่านี้อาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการเหล่านี้เท่านั้น และมีหน้าที่ไม่เปิดเผยหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น
บริษัทจะไม่ใช้ระบบการตัดสินใจอัตโนมัติ (automated decision-making) โดยปราศจากการบุคคลกำกับดูแล รวมถึงการทำโปรไฟล์ลิ่ง (profiling) ในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับท่านอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทอาจส่งข้อมูลหรือจดหมายข่าวไปยังอีเมลของท่านตามข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอสินค้าหรือบริการที่น่าสนให้แก่ท่าน หากท่านไม่ต้องการรับการติดต่อสื่อสารจากบริษัทผ่านทางอีเมลอีกต่อไป ท่านสามารถกด “ยกเลิกการติดต่อ” ในลิงก์อีเมลหรือติดต่อมายังอีเมลของบริษัทได้

การรักษาความมั่งคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
​บริษัทจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามหลักการ การรักษาความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผย นอกจากนี้บริษัทจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (access control) นอกจากนี้ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ให้บริการภายนอกของบริษัทมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลและต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เคร่งครัดเมื่อมีการใช้ ส่ง โอน หรือประมวลผลใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
​ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 (เจ็ดสิบสอง) ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะแจ้งการละเมิดดังกล่าวให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น หน้าต่างการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ ไปรษณีย์ เป็นต้น

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
​บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้เป็นครั้งคราว โดยท่านสามารถเข้าตรวจสอบความปลี่ยนแปลงในนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทได้บนหน้าการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชันของบริษัท

นโยบายนี้แก้ไขล่าสุดและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2564

นโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันอื่น
​นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้สำหรับการบริการ และการใช้งานบนแอปพลิเคชันของบริษัทเท่านั้น หากท่านเข้าชมผ่านช่องทางอื่น ๆ แม้จะผ่านช่องทางแอปพลิเคชันของบริษัท การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ จะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์นั้น ซึ่งบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย โปรดตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์นั้นโดยตรงเพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดเพิ่มเติม

ลิงก์ของบุคคลที่สาม
แอปพลิเคชันของเราอาจมีลิงก์ของบุคคลที่สามซึ่งอาจนำไปสู่เว็บไซต์ของพันธมิตร การเข้าถึงและการใช้งานเว็บไซต์ของพันธมิตรไม่อยู่ภายใต้นโยบายนี้ แต่อยู่ภายใต้นโยบายของเว็บไซต์พันธมิตรเหล่านั้น

รายละเอียดการติดต่อ
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ รวมถึงการขอใช้สิทธิต่าง ๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทาง ดังนี้

บริษัท น่ำเอี๊ยง กรุ๊ป จำกัด
สถานที่ติดต่อ: 479/20 ตรอกสลักหิน แขวงรองเมือง เขตประทุมวัน กรุงเทพมหานคร
อีเมล: admin@numeiang.com
เว็บไซต์: www.numeiang.com
เบอร์โทรศัพท์: 02-214-3648

Scroll to Top